มิติด้านสังคม
บริษัท ภัทรลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม การส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และการเคารพ
บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตพนักงานผ่านสวัสดิการที่เหมาะสม สภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย และความเท่าเทียม รวมถึงการเคารพหลักสิทธิมนุษยชนสากลในทุกกระบวนการดำเนินงาน นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างความไว้วางใจ ความร่วมมือ และคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกระดับผ่านนโยบายและแนวปฏิบัติที่ครอบคลุมทุกมิติของความยั่งยืน ทั้งนี้ บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าพนักงานคือปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต การส่งเสริมความก้าวหน้าผ่านการฝึกอบรม การจัดสวัสดิการ สภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย และมีแนวปฏิบัติตามนโยบายการจ้างงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเคารพสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า
นอกจากนี้ บริษัทยังมีนโยบายให้ความช่วยเหลือชุมชนและสังคมภายนอกอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการและกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างคุณค่าร่วมกัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในมิติด้านสังคม
นโยบายและแนวปฏิบัติด้านสังคม
การปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรม และเคารพสิทธิมนุษยชน
บริษัทได้ตระหนักถึงความสำคัญต่อการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนในการบริหารจัดการด้านทรัพยากรบุคคล เนื่องจากเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนพึงจะได้รับอย่างเท่าเทียมกัน โดยบริษัทได้ปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษชน กฎระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงาน และการปฏิบัติต่อพนักงานตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด โดยบริษัทไม่ได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน และไม่มีข้อพิพาทด้านแรงงานในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา รวมถึงให้ความสำคัญในเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน โดยบริษัทได้ประกาศนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกำหนดวัตถุประสงค์ในการรวบรวม จัดเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานอย่างปลอดภัยและเป็นธรรมตามสิทธิส่วนบุคคล และเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชน บริษัทยังได้ประกาศจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ โดยกำหนดประเด็นด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน และประเด็นด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเพื่อให้คู่ค้าของบริษัทได้ศึกษา และใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติร่วมกัน เพื่อให้มาตรฐานกระบวนการธุรกิจระหว่างกลุ่มบริษัทและคู่ค้าสอดคล้องเป็นไปในแนวทางเดียวกันตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ
จำนวนข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิด สิทธิมนุษยชนจำนวนข้อพิพาทด้านแรงงาน
การจ้างงาน
บริษัทมีการสรรหาว่าจ้างพนักงานโดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และคัดเลือกคุณสมบัติที่เหมาะสมกับองค์กร และตำแหน่งงาน ตลอดจนตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลายและความเท่าเทียมในองค์กร โดยการจ้างงานสนับสนุนความหลากหลายเท่าเทียมในทุกมิติ เช่น เชื้อชาติ เพศ อายุ ความเชื่อ และภูมิหลัง และปราศจากการเลือกปฏิบัติ
ในปี 2568 บริษัทยังคงยึดมั่นในนโยบายการรับผิดชอบต่อสังคมและการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยได้ดำเนินการนำส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นจำนวนเงิน 240,900 บาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีพนักงานจำนวน 152 คน และบริษัทมิได้มีการจ้างเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าปฏิบัติงานภายในองค์กร เพื่อรักษามาตรฐานความโปร่งใสและหลักบรรษัทภิบาลที่ดีในการดำเนินธุรกิจ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
แบ่งตามเพศ
เพศชาย
(53%)
เพศหญิง
(47%)
แบ่งตามระดับ
ผู้บริหารระดับสูง
(5%)
- ชาย 6 คน
- หญิง 1 คน
ผู้บริหารระดับกลาง
(30%)
- ชาย 30 คน
- หญิง 16 คน
ระดับพนักงานปฏิบัติการ
(65%)
- ชาย 44 คน
- หญิง 55 คน
แบ่งตามช่วงอายุ
น้อยกว่า 30 ปี
(12%)
- ชาย 8 คน
- หญิง 10 คน
30 - 50 ปี
(72%)
- ชาย 57 คน
- หญิง 52 คน
มากกว่า 50 ปี
(16%)
- ชาย 15 คน
- หญิง 10 คน
แบ่งตามประเภทงาน
Front
(34%)
Back
(66%)
การดูแลพนักงาน
บริษัทสนับสนุนความก้าวหน้าของพนักงานอย่างเท่าเทียม โดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ ความเหมาะสมกับลักษณะงาน ไม่เลือกปฏิบัติจากเชื้อชาติ ศาสนา เพศ อายุ สถานภาพความทุพพลภาพ หรือสถานะอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง และพิจารณาจากผลประเมินการปฏิบัติงาน ผลสำเร็จของงาน รวมถึงศักยภาพของพนักงาน โดยมีตัวชี้วัด KPI และ Competency ที่ชัดเจน สำหรับการแต่งตั้ง โยกย้ายพนักงาน และมีการส่งเสริมการพัฒนาความรู้ ทักษะ ความสามารถของพนักงานให้มีความก้าวหน้าในการทำงานอย่างต่อเนื่อง ดูแลพนักงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี คำนึงถึงความปลอดภัยในการทำงาน และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของพนักงาน โดยมีสวัสดิการให้แก่พนักงานในรูปแบบต่างๆ นอกเหนือจากค่าจ้าง ได้แก่
- ด้านสุขภาพ: บริษัทจัดให้มีประกันสุขภาพกลุ่มสำหรับพนักงาน โดยสามารถใช้สิทธิในการรักษา ทั้งสิทธิผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยใน และรักษาทันตกรรม เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระในยามเจ็บป่วยของพนักงาน นอกจากนี้ บริษัทยังจัดการให้มีการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อให้พนักงานได้ประเมินสภาพร่างกาย และดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ และจัดให้มีการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เพื่อเป็นการป้องกันและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่พนักงาน
- ด้านการออม: บริษัทจัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้กับพนักงาน เพื่อส่งเสริมให้พนักงานได้มีการออมเงินระยะยาว โดยเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถเลือกกองลงทุนได้เอง บริษัทจะสมทบเงินกองทุนสำรองให้กับพนักงานในอัตราส่วนร้อยละ 5, 8 และ 10 ของเงินเดือน โดยจะสมทบตามอายุงานของพนักงาน ทั้งนี้ ในปี 2568 มีพนักงานเข้าร่วมเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงเลี้ยงชีพในอัตราร้อยละ 100
นอกจากนี้ บริษัทยังสนับสนุนการมีส่วนร่วมของพนักงานในกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงาน สร้างการมีส่วนร่วม และบรรยากาศการทำงานที่ดีในบริษัทผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิเช่น กิจกรรมชมรมกีฬา กิจกรรมด้านการช่วยเหลือสังคม กิจกรรม Thankyou card กิจกรรมสังสรรค์เทศกาลปีใหม่ กิจกรรมงานเลี้ยงเกษียณอายุพนักงาน และกิจกรรมเนื่องในวันพิเศษต่างๆ ทั้งรูปแบบ physical และรูปแบบ online ซึ่งกิจกรรมบริษัทนั้นเป็นหนึ่งในปัจจัยสนับสนุนความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร (Employee Engagement Survey) เพื่อเปิดโอกาสและเป็นช่องทางในการเข้าถึงและสื่อสารกับพนักงาน ในปี 2568 มีการกำหนดเป้าหมายและผลการดำเนินการ ดังนี้
เป้าหมาย Engagement Score อยู่ที่ 75%
จำนวนพนักงานลาออก ปี 2568
อายุงาน
- น้อยกว่า 1 ปี 2 คน
- 1 ปี แต่ไม่ถึง 3 ปี 6 คน
- 3 ปี แต่ไม่ถึง 5 ปี 2 คน
- มากกว่า 5 ปี ขึ้นไป 9 คน
การพัฒนาศักยภาพพนักงาน
บริษัทมุ่งพัฒนาความรู้ความสามารถพนักงาน โดยจัดให้มีการฝึกอบรมพนักงานในทุกระดับอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาศักยภาพพนักงานให้สอดคล้องต่อเป้าหมาย นโยบาย และทิศทางขององค์กร ตลอดจนพัฒนาความรู้ความสามารถเพื่อสร้างความก้าวหน้าในอาชีพให้กับพนักงาน ทั้งนี้ ในปี 2568 มีจำนวนหลักสูตรฝึกอบรมทั้งหมด 36 หลักสูตร จำนวนฝึกอบรมพนักงานเฉลี่ย 9 ชั่วโมงต่อคนต่อปี โดยมีการจัดอบรมทั้งรูปแบบอบรมภายใน และอบรมภายนอก โดยมีหมวดหมู่ที่หลากหลาย ดังนี้
| หมวดหมู่ | หลักสูตร |
|---|---|
| หลักสูตรที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงาน | อาทิเช่น หลักสูตรยกระดับการทำงานและเพิ่มศักยภาพของพนักงานด้วย AI หลักสูตรเทคนิคการเจรจาต่อรอง Negotiation Hacks หลักสูตรการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการประยุกต์ใช้ในงานบัญชี หลักสูตรการพิจารณาสินเชื่ออย่างมืออาชีพ หลักสูตรสร้างประสบการณ์และการบริการลูกค้าอย่างมืออาชีพด้วยแนวคิด Customer Centric และ หลักสูตรเทคนิคการติดตามทวงถาม เจรจาต่อรองแก้ไขหนี้ เป็นต้น |
| หลักสูตรบังคับทางกฎหมาย | อาทิเช่น หลักสูตรพ.ร.ฎ. ลีสซิ่ง ฉบับใหม่ ปี 2568 หลักสูตรการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอก เป็นต้น |
| หลักสูตรสำหรับผู้บริหาร | อาทิเช่น หลักสูตรการจัดทำกลยุทธ์องค์กร Successful Formulation & Execution of Strategy (SFE) หลักสูตรปลดล็อกศักยภาพผู้นำยุคดิจิทัลด้วย AI เป็นต้น |
| หลักสูตรเพื่อพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG) | อาทิเช่น หลักสูตร ESG in Action หลักสูตรการดำเนินธุรกิจตามหลัก Circular Economy หลักสูตรการวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่า หลักสูตรการบริหารความเสี่ยงด้าน ESG หลักสูตร Integrating Human Rights into Business เป็นต้น |
จำนวนหลักสูตรฝึกอบรมทั้งหมด
จำนวนฝึกอบรมพนักงานเฉลี่ย
สรุปจำนวนพนักงานที่ได้รับการฝึกอบรม
สุขภาวะและความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมการทำงาน
บริษัทให้ความสำคัญกับเรื่องสวัสดิภาพและความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน และปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อดูแลและสนับสนุนด้านความปลอดภัยในการทำงาน มีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงาน และจัดเตรียมมาตรการและขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน โรคระบาด หรือภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังส่งเสริมให้พนักงานเข้าร่วมการอบรมหนีไฟ และการฝึกซ้อมแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย ซึ่งจัดโดยคณะทำงานของอาคารเมืองไทยภัทรคอมเพล็กซ์ เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทไม่มีการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน และไม่มีอัตราการหยุดงานหรืออัตราการเจ็บป่วยที่เกิดจากการทำงานแต่อย่างใด ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพของมาตรการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่บริษัทได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
จำนวนเหตุการณ์บาดเจ็บ/อุบัติเหตุ ถึงขั้นหยุดงาน
จำนวนพนักงานบาดเจ็บจากการทำงานถึงขั้นหยุดงานตั้งแต่ 1 วันขึ้นไป
การให้บริการและการดูแลลูกค้า
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาคุณภาพการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น โดยมุ่งมั่นในการปรับปรุงและพัฒนาบริการต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการในทุกมิติ ทั้งนี้ จากประสบการณ์การดำเนินธุรกิจลีสซิ่งมากว่า 39 ปี ทำให้บริษัทมีระบบการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจจากการใช้บริการอย่างครบวงจร และบริษัทได้พัฒนาการให้บริการโดยคำนึงถึงความรับผิดชอบของธุรกิจที่มีต่อลูกค้ามาโดยตลอด รวมถึงอำนวยความสะดวกและปลอดภัยในด้านต่างๆ เช่น การจัดส่งทรัพย์สินให้เช่า การติดต่อสื่อสารกับลูกค้า การรับลูกค้าที่มาชมรถยนต์ของสบายคาร์ เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทยังยึดมั่นมาตรฐานในการดูแลลูกค้า โดยกำหนดเป้าหมายข้อร้องเรียนในการให้บริการน้อยกว่า 1% ซึ่งผลการดำเนินงานในปี 2568 เท่ากับ 0.01% จากจำนวนการให้บริการลูกค้าทั้งหมด และกำหนดข้อร้องเรียนเรื่องการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเป็นศูนย์ ซึ่งผลการดำเนินงานในปี 2568 เท่ากับ 0 ราย
นอกจากนี้ บริษัทได้จัดทำแผนการพัฒนาความพึงพอใจของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการให้บริการ การพัฒนาประสิทธิภาพของศูนย์บริการลูกค้า (Call Center) และการบริหารจัดการข้อร้องเรียนของลูกค้า (Customer Complaint Management) ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมถึงการนำข้อเสนอแนะจากลูกค้ามาวิเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการให้บริการอย่างสม่ำเสมอ โดยบริษัทได้กำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณด้านความพึงพอใจของลูกค้าให้เป็นไปตามมาตรฐาน ISO 9001:2015 ซึ่งกำหนดระดับความพึงพอใจของลูกค้าไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 และดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าในการใช้บริการ Call Center และการให้บริการของบริษัททุก 6 เดือน จากกลุ่มตัวอย่างลูกค้าจำนวน 500 ราย
ผลการประเมินความพึงพอใจของลูกค้าในปี 2568 สรุปได้ดังนี้
รอบที่ 1 ลูกค้ามีความพึงพอใจต่อการให้บริการของบริษัทอยู่ที่ร้อยละ 93.60 และความพึงพอใจต่อการให้บริการ Call Center อยู่ที่ร้อยละ 96.70
รอบที่ 2 ลูกค้ามีความพึงพอใจต่อการให้บริการของบริษัทอยู่ที่ร้อยละ 92.40 และความพึงพอใจต่อการให้บริการ Call Center อยู่ที่ร้อยละ 96.30
ทั้งนี้ ผลการประเมินความพึงพอใจของลูกค้าดังกล่าวสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการให้บริการของบริษัทที่สามารถรักษามาตรฐานคุณภาพการให้บริการและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง
ข้อร้องเรียนการให้บริการ
การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า/คู่ค้า
โครงการหรือกิจกรรมเพื่อสังคม (Social Initiatives - S)
บริษัทคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และเชื่อมั่นว่า "การศึกษาคือรากฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืน" และให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิต รวมถึงการมอบโอกาสที่เท่าเทียมแก่เยาวชนและชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ จึงมุ่งเน้นการสนับสนุนด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะวิชาชีพ และการช่วยเหลือชุมชนและสนับสนุนอาชีพอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็งและเกื้อกูลกัน โดยกิจกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาสามารถสรุปได้ ดังนี้